แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จีน แสดงบทความทั้งหมด

คำตอบของ Jack Ma เมื่อถูกถาม จะเอาเงิน IPO หลายพันล้านเหรียญไปซื้ออะไร

4 ก.ค. 2558
โดย http://thailandinvestmentforum.com/2015/07/03/jackma/

นักข่าว: ดีล IPO นี้คุณทำเงินได้หลายพันหลายเหรียญ (1 พันล้านเหรียญ = 3.35 หมื่นล้านบาท) คุณจะทำอะไรกับเงินเหล่านี้ในเรื่องส่วนตัว

Jack Ma: ผมถามภรรยาผมเมื่อ 14 ปีที่แล้ว ว่าอยากให้สามีเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวย หรือคนที่น่านับถือ ภรรยาผมตอบว่า ฉันอยากให้คุณเป็นนักธุรกิจที่น่านับถือ ฉันไม่ต้องการสามีที่ร่ำรวย

นักข่าว: คุณจะซื้ออะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า

Jack Ma: ไม่ล่ะ ผมมีวันที่ดี ๆ ในชีวิต ผมอยู่ได้ด้วยเงินวันละ 20 เหรียญ [Jack ดำรงชีพด้วยเงินวันละ 20 เหรียญ หรือไม่ถึง 700 บาท จริง ๆ] … เมื่อคุณมีเงิน 1 ล้านเหรียญ เงินนั้นเป็นของคุณจริง ๆ แต่พอมีมากขึ้นเป็น 10 ล้านเหรียญ ปัญหาจะเริ่มเข้ามา คุณจะเริ่มกังวลเรื่องเงินเฟ้อ เรื่องนั่นนี่ แล้วพอคุณมีเงินถึงพันล้านเหรียญ มันคือความเชื่อถือที่คนอื่น ๆ มอบให้คุณ พันล้านเหรียญนั้นไม่ใช่ของคุณจริง ๆ …เงินที่ผมมีตอนนี้ คือความเชื่อถือจากผู้คน ที่เชื่อว่าผมสามารถเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ดีกว่าคนทั่วไป

“I think that when you have 1 million dollars, that’s your money. When you have 10 million dollars, that’s when problem comes. You worry about inflation and this and that. When you have 1 billion dollars, that’s the trust from others. That’s not your money. The money I’ve got is from trust on me. They think I can spend money better than most people.”

Jack Ma, ผู้ร่วมก่อตั้ง Alibaba Group บริษัท e-Commerce ระดับโลก สัญชาติจีน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว Fox Business ณ วันสั่นกระดิ่ง IPO หุ้น Alibaba ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ 19 ก.ย. 2557

ดูคลิปสัมภาษณ์ (ข้อความส่วนที่ยกมา เริ่มนาทีที่ 4:40 เป็นต้นไป) www.facebook.com/FoxBusiness/videos/10152692559325238
Read more ...

ข้อคิดจาก Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba ชายผู้ที่ได้ชื่อว่ารวยที่สุดในประเทศจีน

4 มิ.ย. 2558
Jack Ma ประธานบริษัท Aliababa เป็นผู้ประกอบการชาวจีนคนแรกที่ได้ปรากฏอยู่บนหน้าปกหนังสือ Forbes Magazine และได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่รวยที่สุดในโลก

ต่อไปนี้คือประสบการณ์ของ Jack Ma

ก่อนที่ผมจะก่อตั้ง Alibaba ผมเชิญเพื่อน 24 คนมาที่บ้านเพื่อพูดคุยกันเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจ หลังจากพูดคุยไปได้สองชั่วโมง พวกเขายังงงไม่หาย อาจเป็นเพราะผมยังสื่อสารได้ไม่ชัดเจนมากนักในตอนนั้น เพื่อนจำนวน 23 คนจากทั้งหมด 24 คนบอกให้ผมยกเลิกความคิดนั้นไปซะ ด้วยหลายเหตุผล เช่น ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอินเตอร์เนต และผมยังไม่มีเงินทุนสำหรับบริษัท Startup ด้วยซ้ำ และเหตุผลอีกมากมาย

มีเพียงเพื่อนคนเดียวเท่านั้นที่บอกผมว่า “ถ้าหากนายอยากจะทำ ก็ลองทำ ถ้าหากมันไม่เป็นอย่างที่นายหวัง นายก็แค่กลับไปทำงานเดิมที่นายทำก่อนหน้านั้นก็ได้” ผมคิดถึงคำพูดนี้ตลอดคืนนั้น และในเช้าวันต่อมา ผมตัดสินใจที่จะลงมือทำ แม้หากว่าเพื่อนทั้งหมดของจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

ในช่วงแรกของการก่อตั้ง ทั้งครอบครัวและเพื่อนต่างก็ไม่เห็นด้วยกับผมเลย เมื่อมองย้อนกลับไป ผมตระหนักว่าสิ่งที่เป็นแรงผลักดันที่สุดไม่ใช่ความมั่นใจในพลังของโลกอินเตอร์เนต แต่เป็นคำๆนี้ “ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ ประสบการณ์ที่ได้มาก็ถือว่าเป็นความสำเร็จของมันเอง” คุณจำเป็นต้องลองทำ ถ้าหากไม่สำเร็จ คุณก็แค่กลับไปทำงานเดิมของคุณก็แค่นั้น

เหมือนกับคำกล่าวของ T.E. Lawrence ที่กล่าวไว้ว่า “ทุกๆคนฝัน แต่ไม่เท่ากัน คนที่ฝันตอนกลางคืน ในฝุ่นคลุ้งแห่งการหลบถอยของจิตใจนั้น ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าฝันนั้นไม่ได้มีอะไร…. แต่ผู้ที่ฝันในเวลากลางวันนั้นเป็นคนที่อันตราย เพราะเขาจะโลดเล่นในความฝันด้วยดวงตาที่เปิดกว้าง และทำให้มันเป็นไปได้ สิ่งนี้คือสิ่งที่ผมได้ทำ”

ผู้คนที่ล้มเหลวในชีวิตต่างก็มีสาเหตุ 4 สาเหตุด้วยกัน

- มองไม่เห็นโอกาส
- ดูถูกโอกาส
- ขาดความเข้าใจ
- ลงมือช้าเกินไป

คุณยากจนเพราะคุณไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน

ความทะเยอทะยานทำให้ชีวิตของคนเรามีความหมาย เป็นเป้าหมายที่งดงามในชีวิตที่คนเราควรมี

ในโลกนี้มีเรื่องมากมายที่ยากเกินจะคาดเดา แต่ในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้เช่นกัน ความทะเยอทะยานของคนๆหนึ่งเป็นตัวกำหนดอนาคตของคนๆนั้น

บทเรียนจากประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจของ Jack Ma
ความผิดพลาดที่ผมเสียใจที่สุด

เมื่อปี 2001 ผมทำผิดพลาดอย่างนึงคือ ผมบอกกับผู้ร่วมงานจำนวน 18 คนที่ร่วมเดินทางกับผมในตอนแรกว่า ตำแหน่งที่พวกเขาสามารถทำได้สูงสุดคือระดับการจัดการเท่านั้น ส่วนตำแหน่งรองประธานและตำแหน่งระดับสูงอื่นๆ ผมจะจ้างบุคคลภายนอกเข้ามาแทน

หลายปีต่อมา คนเหล่านั้นที่ผมจ้างลาออกไป ส่วนคนที่ผมสงสัยในความสามารถทั้ง 18 คนกลายมาเป็นรองประธานและกรรมการบริษัทแทน

ผมเชื่อในหลักการสองประการคือ

- ทัศนคติของคุณสำคัญกว่าความสามารถของคุณ

- การตัดสินใจของคุณสำคัญกว่าความสามารถของคุณเอง

แน่นอนว่าคุณไม่สามารถทำให้ทุกคนคิดออกมาเหมือนกันได้ แต่คุณสามารถทำให้ทุกคนคิดถึงเป้าหมายเดียวกันได้

- อย่าคิดว่าคุณจะสามารถทำให้ทุกคนคิดเหมือนกันได้ นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

- 30% คือจำนวนคนที่จะไม่เชื่อในตัวคุณ อย่าให้คนอื่นทำงานเพื่อคุณ แต่จงให้พวกเขาทำงานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน

- เป็นการง่ายกว่าที่คุณจะรวมบริษัทให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้เป้าหมายเดียวกันมากกว่าเป็นหนึ่งเดียวภายใต้คนๆเดียว

สิ่งที่ผู้นำมี แต่พนักงานไม่มี

ผู้นำไม่ควรเปรียบเทียบทักษะของตนเองกับทักษะของพนักงาน เพราะพนักงานควรมีทักษะในการทำงานมากกว่าคุณ ถ้าหากพวกเขาไม่มีทักษะในการทำงานเหล่านั้น แสดงว่าคุณจ้างคนผิด!

สิ่งที่ทำให้ผู้นำโดดเด่นกว่าพนักงาน คือ

- ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์และมองเห็นอนาคตได้ดีกว่าพนักงาน

- ผู้นำต้องอดทน จูงใจพนักงานได้ และไม่ยอมแพ้

- ผู้นำต้องยอมรับความล้มเหลวได้

คุณสมบัติของผู้นำที่ดีหลักๆคือ มีวิสัยทัศน์ แรงจูงใจ และความสามารถ

อย่ายุ่งเกี่ยวกับการเมือง

- ผู้คนควรเข้าใจว่า การเมืองกับธุรกิจไม่ควรเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อคุณอยู่ในเกมการเมือง จงอย่าคิดเรื่องเงิน เมื่อคุณอยู่ในธุรกิจ จงอย่าคิดเรื่องการเมือง

- เมื่อเงินบวกกับอำนาจทางการเมือง มันก็เหมือนกับระเบิดเวลาดีๆนี่เอง

4 ข้อคิดสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่

- ความล้มเหลวคืออะไร?
---- ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การยอมแพ้

- ความยืดหยุ่นคืออะไร?
---- เมื่อคุณผ่านความยากลำบาก ความผิดหวัง และเศร้าโศกมาได้ ตอนนั้นคุณจะเข้าใจเอง

- หน้าที่ของเราคืออะไร?
---- หน้าที่ของเราคือ ขยันให้มากขึ้น ทำงานหนักขึ้น และทะเยอทะยานเหนือผู้อื่น

- มีแต่คนโง่ที่ใช้ปากพูด คนฉลาดใช้สมอง คนที่ยิ่งใหญ่ใช้หัวใจ
Read more ...